เคล็ดลับการแต่งบทละคร หนังสือนิยาย

บทละครหรือหนังสือนิยายจัดเป็นความบันเทิงทางการอ่านประเภทหนึ่งที่มักทำให้ผู้หลงใหลทุกคนได้สนุกสนานไปกับตัวหนังสือที่ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ บางคนที่ต้องการเป็นคนเขียนบทละครหรือหนังสือนิยายเก่งๆ มักมีคำถามตามมาว่าการจะทำให้ได้แบบนี้ต้องมีเคล็ดลับหรือเทคนิคอะไรบ้างหรือไม่ เพราะกว่าจะกลั่นตัวหนังสือออกมาสักคำมันไม่ใช่เรื่องง่ายจริงๆ นอกจากการฝึกฝนบ่อยๆ การรู้จักเทคนิคหรือเคล็ดลับสำหรับการแต่งบทละคร หนังสือนิยายก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การเขียนประสบความสำเร็จเช่นกัน

เคล็ดลับง่ายๆ สำหรับการแต่งบทละคร หนังสือนิยายให้น่าอ่าน

  1. สร้างภาพจินตนาการให้ชัดเจนก่อน – ลำดับแรกของการแต่งบทละครหรือหนังสือนิยายให้ออกมาดีเราต้องจินตนาการเบื้องต้นก่อนว่าเรื่องที่เรากำลังจะเขียนควรมีบรรยากาศแบบใด เช่น เป็นชนบทต่างจังหวัด การใช้ชีวิตในตัวเมือง โลกแห่งจินตนาการ เป็นต้น เพื่อให้เรื่องที่เขียนออกมายังคงบรรยากาศดังกล่าวไม่ขัดแย้งกันเวลาเขียนไปเรื่อยๆ
  2. วางโครงเรื่องให้ชัดเจน – การวางโครงเรื่องเป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งของการเขียนบทละครหรือหนังสือนิยายให้ออกมาดี โดยโครงเรื่องทั่วไปที่มักพบเห็นได้บ่อยๆ คือ การดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆ จนเจอจุดหักมุมที่เป็นจุดพีคของเรื่องกับการดำเนินเรื่องจากผลที่ได้รับแล้วย้อนกลับไปหาต้นเหตุ
  3. รูปแบบการบรรยายเรื่อง – บางคนก็ชอบเขียนแทนตัวเองเข้าไปอยู่ในเรื่อง บางคนก็เขียนเป็นเรื่องราวออกมาได้เลย ซึ่งตามความเหมาะสมว่าเห็นเป็นอย่างไรไม่มีแบบไหนผิดหรือถูกขึ้นอยู่กับมุมมอง
  4. ลักษณะการเปิดเรื่องต้องโดน – การเปิดเรื่องเหมือนเป็นตัวชี้วัดระดับหนึ่งว่าบทละครหรือหนังสือนิยายเรื่องนี้น่าอ่านขนาดไหน หากเปิดมาไม่ปังโอกาสผิดหวังมีสูง แต่ถ้าเปิดมาดีโอกาสประสบความสำเร็จก็มาก มีวิธีการเปิดเรื่องหลายอย่าง เช่น ตัวละครสนทนากัน, ให้ข้อคิดเตือนใจ, บ่งบอกพฤติกรรมตัวละครบางตัว เป็นต้น
  5. บทพูดต้องชัดเจน – คำว่าชัดเจนในที่นี้ไม่ใช่การเขียนถูกต้องตามอักขระภาษาไทยเป๊ะๆ แต่คำว่าบทพูดในภาษาของนิยายหรือบทละครต้องเป็นภาษาที่คนเราใช้พูดกันจริงๆ คนอ่านจะได้รู้สึกคล้อยตาม เช่น “ถามสักเรื่อง” กับ “ถามซักเรื่อง” คำหลังดูเหมือนเป็นคำผิดหลักการเขียนนิดๆ แต่มันอ่านแล้วให้อารมณ์ว่าคนกำลังพูดกันได้มากกว่าคำแรก

ชื่อเรื่องและชื่อตัวละครก็สำคัญ – บางทีแต่งเรื่องมาอย่างแสนสาหัสแต่กลับตายตอนจบเพราะชื่อเรื่องไม่โดนก็ใช่ที่ หรือชื่อตัวละครไม่เข้ากับเนื้อหาแบบนี้ก็ไม่ไหว อย่าลืมว่าคนจะจดจำชื่อเหล่านี้เป็นอันดับต้นๆ ในการอ่าน